08/08/2022

ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง ชัดระดับ hd ดูฟรี

ดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน.

แล่ 4 หลักสำคัญร้อน แมนยูฯ ปราบ ลิเวอร์พูล ฉลุยเอฟเอคัพ

“ภูตผีปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ “ลิเวอร์พูล” ลิเวอร์พูล ไปแบบสุดมัน เข้ารอบ 5 เอฟเอคัพได้เสร็จ รวมทั้งนี่คือ 4 หัวข้อหลักที่ได้มองเห็นจากเกมนี้

1.รูปเกมแลกเปลี่ยนกันเดือด ผู้ใดกันแน่พลาดโดน

แมนยูฯ ออกสตาร์ตเกมนี้ได้ค่อนข้างจะดีเลยทีเดียว ได้ลุ้นก่อนถึง 2 จังหวะจากการยิงของ เมสัน กรีนวูด คราวแรกยิงไปติดเซฟ อลิสสัน ครั้งที่สองหลุดเสาแรก จริงๆจังหวะแรกถ้าเกิดจ่ายให้ ฟาน เดอ เบค ที่วิ่งเติมขึ้นมาก็บางทีก็อาจจะได้ประตูไปแล้ว หลังจากนั้นนาทีที่ 18 เปลี่ยนเป็น ลิเวอร์พูล ที่ออกนำก่อน 1-0 แบบง่ายๆเลย เมื่อ โรกางร์โต เฟอร์มิโน ส่งบอลทะลุไปให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าจุดโทษก่อนชิพบอลผ่านตัว ดีน เฮนเดอร์สัน เข้าไป ทว่านาทีที่ 26 แมนยูฯ ตีเสมอ 1-1 เมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลยาวจากฝั่งซ้ายไปฝั่งขวาให้ เมสัน กรีนวูด หลุดไปยิงตุงตาข่าย หลังจากนั้นแมนยูฯ ครองเกมไว้ได้หมดก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1 ต่อกันที่ครึ่งหลัง เริ่มมาแค่ 3 นาที แมนยูฯ ขึ้นนำ 2-1 เมื่อ เมสัน กรีนวูด ส่งบอลขึ้นมาทางซ้าย รีส วิลเลียมส์ ปราการหลังดาวรุ่งลิเวอร์พูลสกัดบอลวืด เลยมาถึง แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่าย เกมเปิดแลกเปลี่ยนกันเดือด นาทีที่ 58 ลิเวอร์พูล ตีเสมอ 2-2 จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ตัดบอลได้ในดินแดนของยูไนเต็ดก่อนจ่ายแม้กระทั่ง เฟอร์มิโน ผ่านบอลเข้ากึ่งกลาง มิลเนอร์ ผ่านหลอกให้ ซาลาห์ ยิงเข้าไป พอตีเสมอได้เสร็จ ลิเวอร์พูล ฝ่าใส่อย่างหนักเพื่อหวังเอาประตูเพิ่ม แต่การยิงของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์ กับ ซาลาห์ โดน ดีน เฮนเดอร์สัน เซฟไว้ได้ทั้งหมด จนกระทั่งนาทีที่ 77 แมนยูฯ มาได้ฟรีคิกหน้าจุดโทษ รวมทั้งเป็น บรูโน เฟอร์นันเดส ปั่นเข้าไปตุงตาข่าย พาภูตผีปิศาจแดงคว้าชัย 3-2 ไปสุดท้าย ตีตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมได้เสร็จ ไปเจอกับ เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด

liver

2.ฟาน เดอ เบค-แม็คโทมิเนย์ ทำเป็นไม่ดีพอ

เกมนี้ ดอนนี ฟาน เดอ เบค ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ดูไปดูมาเหมือนจะดีเนื่องจากว่ามีจังหวะเล่นบอลจังหวะเดียวแบบงามๆให้มองเห็น จนถึงช่วยให้ทีมมีลุ้นทำประตู แต่พอเล่นไปเรื่อยๆดันเบาๆหายไปจากเกมรวมทั้งบทบาทค่อนข้างจะน้อย รวมทั้งเป็น บรูโน เฟอร์นันเดส ที่ลงมาแทนที่เขารวมทั้งเป็นคนซัดฟรีคิกเป็นประตูชัยให้ภูตผีปิศาจแดงในเกมนี้ ครั้งคราว ฟาน เดอ เบค บางทีอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับพฤติกรรมให้กับระบบการเล่นของทีมอีกสักระยะ แต่ โอเล กุนทุ่งนาร์ โซลชารื ทำถูกแล้วที่ให้โอกาาสเขาได้ลงสัมผัสเกมสำคัญๆแบบงี้ เพื่อทำให้ตัวนักเตะมีความแน่ใจที่จะต้อสู่ในการชิงตำแหน่งในทีมถัดไป ส่วน สกอตต์ แม็คโทมิเนยื วันนี้ดูเฉือยแปลกๆเข้าบอลช้าหนึ่งจังหวะตลอด ยิงจังหวะเสียประตูแรกเขาปลดปล่อยให้ เฟอร์มิโน ได้ส่งบอลให้ ซาลาห์ หลุดไปยิงง่ายๆไม่มานะจะเข้าไปบีบแย่งบอลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม น้องแม็ค ก็ยังเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมเนื่องจากว่าฤดูกาลนี้มันมีนัดที่เขาเล่นดีกว่าเล่นห่วยแตกนั่นเอง

3.ชอว์, แรชฟอร์ด, กรีนวูด, บรูโน สุดปัง

นัดนี้ถ้าเกิดไม่นับจังหวะปลดปล่อยให้ ซาลาห์ วิ่งแซงไปยิงขึ้นนำ 1-0 จัดว่า ลุค ชอว์ โดดเด่นมากๆโดยยิ่งไปกว่านั้นการวิ่งขึ้นวิ่งลงแบบไม่มีหมด เติมเกมรุกได้อย่างดุดันจนได้ขึ้นมาเปิดบอลหลายคราว เล่นแบบงี้น่าจะทำให้ อเล็กซ์ เตลเลส ยากมากที่จะแทรกขึ้นมาแย่งตัวจริงได้ อย่างไรก็ตามนี่เป็นสิ่งที่ทำให้มองเห็นได้ว่า การที่ยูไนเต็ดดึง เตลเลส เข้ามา นั้นทำให้ ลุค ชอว์ ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากว่ามีคนคอยลุ้นแทรกชิงตำแหน่งนั่นเอง ส่วน แรชฟอร์ด บางวันดีบางวันห่วยแตก แต่นัดนี้บอกเลยว่าชั่วร้ายสุดๆโดยยิ่งไปกว่านั้นจังหวะเปิดบอลให้ กรีนวูด หลุดไปยิงตีเสมอนั้นเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆรวมทั้งจังหวะที่เจ้าตัวได้หลุดไปยิงขึ้นนำ 2-1 ก็จบสกอร์ได้อย่างเลิศเลอ ในเวลาที่ กรีนวูด แม้ว่าจะพลาด 2 นาทีทองในช่วงต้นเกม แต่ก็มาแก้ตัวยิงตีเสมอ 1-1 ให้ทีม รวมทั้งยังได้มา 1 แอสซิสต์จากการจ่ายให้ แรชฟอร์ด ยิง จะต้องยกนิ้วให้การติดต่อประสานงานระหว่าง กรีนวูด รวมทั้ง แรชฟอร์ด ที่เข้าขากันสุดๆส่วน บรูโน ไม่ต้องบอกมากมาย ลงมาแล้วยกระดับทีมได้ทันที ก่อนจะซัดฟรีคิกปลิดวิญญาณพาทีมคว้าชัยไปสุดท้าย

liver 2

4.แนวรับหงส์อาการหนัก-เกมรุกดียิ่งขึ้น

กล่าวได้ว่าโดนงามมาแต่ละหนรั่วกระจัดกระจาย สำหรับแนวรับของลิเวอร์พูลที่เกมนี้จัด 4 คน จากซ้ายไปขวามี แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ, รีส วิลเลียมส์ รวมทั้ง เทรนต์ อเล็กซานดอร์ อาร์โนลด์ เริ่มกันที่จังหวะเสียประตูตีเสมอ 1-1 โดนโต้กลับเร็ว ไม่มีใครเข้าไปบีบบ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ได้เปิดบอลยาวจากฝั่งซ้ายไปขวาให้ เมสัน กรีนวูด หลุดไปยิงง่ายๆกล่าวได้ว่าแผงหลังหลุดกันยกแผง ส่วนจังหวะโดนแซงนำ 2-1 รีส วิลเลียมส์ จะต้องรับผิดชอบไปคนเดียวแบบเต็มๆเนื่องจากว่าสกัดลูกเปิดของ เมสัน กรีนวูด วืด จนถึงทำให้บอลหลุดไปถึง แรชฟอร์ด ควบพาบอลเข้าไปยิงตุงตาข่าย
ส่วนจังหวะเสียประตูที่ 3 ฟาบินโญ จะต้องรับผิดชอบเนื่องจากว่าดันไปทำฟาวล์ในระยะที่อันตราย จนถึงถูก บรูโน เฟอร์นันเดส ซัดฟรีคิกเข้าไป ส่วนเกมรุกของลิเวอร์พูล กลับมาสดชื่นอีกครั้งโดยยิ่งไปกว่านั้น โรกางร์โต เฟอร์มิโน กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ทำเป็นดีเยี่ยมๆเฟอร์มิโน จัดไป 2 แอสซิสต์แบบงามๆส่วน ซาลาห์ ก็เรียกความเฉียบคมกลับมาได้จาก 2 ประตูที่ทำเป็นในเกมนี้