08/08/2022

ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง ชัดระดับ hd ดูฟรี

ดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน.

Clubhouse คืออะไร ทำไมถูกแบนในจีน

“ค่ายปรับทัศนคติ” ที่เขตซินเจียงของจีนมีจริงหรือไม่ ไต้หวันควรได้รับเอกราชจากจีนหรือเปล่า หัวข้อสนทนาเหล่านี้กำลังเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงผ่านแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียชื่อ คลับเฮาส์ (Clubhouse) ที่คนใช้เสียงคุยกันอย่างเดียว และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้

จึงไม่น่าสนเท่ห์ใจที่ปัจจุบันคนภายในจีนไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ได้แล้ว
แอปพลิเคชันนี้เป็นยังไง
คลับเฮาส์เป็นแอปพลิเคชันที่ยังคงใช้ได้เฉพาะในหมู่คนใช้โทรศัทพ์โทรศัพท์มือถือไอโฟนแค่นั้น และจำเป็นต้องได้รับ “คำเชื้อเชิญ” จากคนที่ใช้แอปฯ อยู่แล้วเท่านั้นถึงจะเข้าไปใช้เพื่อสนทนากันทางเสียงแค่นั้น ลักษณะคล้ายๆครึ่งหนึ่งวิทยุสื่อสาร ครึ่งหนึ่งห้องสำหรับประชุมออนไลน์ ราวคุณกำลังฟังพอเพียงดค้างสต์แบบใหม่ๆแต่ก็สามารถเข้าไปสนทนาได้ด้วย
ข้อมูลที่ได้รับมาจากบริษัทวิเคราะด้านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่เซ็นเซอร์ทาวเวอร์ (Sensor Tower) นับถึงวันที่ 31 เดือนมกราคม พบว่ามีการดาวน์โหลดแอปฯ นี้ไปแล้ว 2.3 ล้านครั้งร่วมกัน ภายหลังจากเปิดตัวเมื่อ เดือนพฤษภาคม ที่แล้ว โดยในตอนนั้นค่าของโครงข่ายโซเชียลมีเดียนี้อยู่ที่แทบ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีกล่าวว่าเมื่อเร็วๆนี้ ขยับขึ้นไปแตะพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว
ในเชิงแนวทางแล้ว แอปฯ นี้มีมาตรการรักษาความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง เพราะว่าเป็นไปไม่ได้เลือกให้คนอัดเสียงบทพูดเอาไว้ได้ แต่ก็มีในกรณีที่มีคนแอบอัดเสียงพูดคุยของคนที่ใครๆก็รู้จัก แล้วเอาไปอัปโหลดลงยูทิวบ์ในตอนหลัง
ปัจจุบันนี้คนดังในสหรัฐฯ เริ่มหันมาใช้แอปฯ นี้มากขึ้นเรื่อยๆเป็นต้นว่า โอปราห์ วินฟรีย์ เดรก และจาเรด เลโต จากที่เคยใช้กันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีและนักลงทุน ในแถบซิลิคอนแวลลีย์ของสหรัฐฯ แค่นั้น ตราบจนกระทั่งยอดดาวน์โหลดพุ่งเป็นเท่าตัวหลังอีลอน มัสก์ และมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เริ่มใช้แพลตฟอร์มนี้ด้วย
ช่องโหว่


ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาคนภายในจีนสามารถใช้แอปฯ นี้ได้จนถึงเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว โดยในระหว่างระยะเวลาสั้นๆนั้น คนได้ถือโอกาสใช้ “ช่องโหว่” นี้ สนทนากันถึง “เรื่องต้องห้าม” ไม่ว่าจะเกิดเรื่องชาวอุยกูร์ในสินเจียง การทำลายล้างคนคัดค้านฮ่องกง หรือความเกี่ยวเนื่องระหว่างไต้หวันกับจีน
“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้าอินเทอร์เน็ตจริงๆ” หญิงจากจีนแผ่นดินใหญ่คนหนึ่งแถลงการณ์ในห้องสนทนาหนึ่ง
บีบีซีได้โอกาสได้เข้าไปฟังบทพูดพวกนี้ด้วย อย่างในห้องสนทนาที่ชื่อ “Everyone asks Everyone” เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน คนจากทั้งยังจีนและไต้หวันร่วมสนทนากันด้วยภาษาจีนกลาง ไม่ว่าจะเกิดเรื่องประโยชน์ซึ่งมาจากระบบประชาธิปไตยในประเทศที่คนพูดภาษาจีน ความเป็นไปได้ที่จีนจะมาผนวกไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอย่างเป็นทางการ ไปจนถึงเรื่องเฉพาะบุคคล
ท่ามกลางความเครียดระหว่างจีนกับไต้หวันและฮ่องกง นี่ไม่ใช่การปรากฏที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะจีนใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนสำหรับการคัดเลือกกรองและตรวจดูข้อมูลการใช้แรงงานอินเทอร์เน็ตของพลเมือง ซึ่งนักวิพากษ์วิจารณ์เรียกอุปกรณ์พวกนี้แบบเสียดสีว่า “กำแพงไฟร์วอลล์เมืองจีน” (great firewall)
ปัจจุบันนี้ ถ้าคนที่ติชมรัฐบนแพลตฟอร์มที่ยังคงใช้ได้ในประเทศอย่างเว็บไซต์ เว่ยป๋อ (Weibo) และแอปพลิเคชันวีแชต (WeChat) ก็อาจถูกทางการจัดการได้ แต่ในระยะเวลาสั้นๆที่คนภายในจีนสามารถใช้คลับเฮาส์ได้ ไม่มีการเซ็นเซอร์รายละเอียดการคุยแต่อย่างใด ทำให้คนก็รู้สึกไม่มีอันตรายในระดับหนึ่งเพราะว่าเป็นไปไม่ได้เลือกให้คนอัดเสียงบทพูดเอาไว้ จนถึงจุดหนึ่งมีคนร่วมในห้องสนทนาดังกล่าวพร้อมถึง 5 พันคน
“ว่ากันตรงๆมันก็มีการโฆษณาชวนเชื่อกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ เพราะอะไรพวกเราไม่เพียรพยายามมาเข้าใจกันและกันให้มากยิ่งขึ้น เห็นใจกัน และให้การช่วยเหลือกัน” หญิงจากไต้หวันคนหนึ่งกล่าว
เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว มีห้องสนทนาชื่อ “มีค่ายกักกันที่สินเจียงหรือไม่” (Is there a concentration camp in Xinjiang?) ที่คนเข้าไปถกเถียงกันนานถึง 12 ชั่วโมง ฟรานซิส (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้สร้างกรุ๊ปบอกกับบีบีซีว่า กลุ่มนี้ไม่ได้มีเพื่อถามว่าค่ายกักขังมีใช่หรือไม่ แต่เพื่อคนมีให้ความเห็นที่แตกต่างกันต่อแผนการของจีนในเขตปกครองสินเจียง
“คนฟังที่เป็นคนจีนเชื้อสายฮั่นหลายคน ซึ่งเคยไม่เชื่อว่ามีค่ายพวกนี้จริง รู้สึกร่วมไปกับคำพูดเรื่องราวชีวิตจากปากชาวอุยกูร์และเข้าใจสุดท้ายว่ามีเรื่องมีราวขาดความกรุณาปรานีแค่ไหนเกิดขึ้น นี่อาจเป็นความเสร็จสูงสุดของกรุ๊ปพูดคุยนี้” ฟรานซิส ซึ่งเป็นเป็นนักทำหนังคนจีนเชื้อสายฮั่นที่อาศัยอยู่ในนครลอสแอนเจลิส กล่าว
ข้อตื่นตระหนก
ในขณะที่แอปฯ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็เริ่มมีความรู้สึกกลุ้มใจมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกันโดยคนติชมว่าไม่มีมาตรการควบคุมผู้เข้าร่วมบทพูด
เมื่อเดือน เดือนธันวาคม เครก เจนรับประทานส์ เขียนเนื้อหาบทความลงในเว็บไซต์วัลเชอร์ (Vulture) ว่า ถ้าคนที่สร้างกรุ๊ปและคอยควบคุมบทพูดไม่ระวัง การคุยก็อาจเปลี่ยนเป็นการโจมตีกันและกันได้
เขาบอกอีกว่า จำเป็นต้องรอดูกันต่อไปว่าคนเพียงแค่สนใจแอปพลิเคชัน ที่ในระดับหนึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากการเลียนแบบประสบการณ์การแชตออนไลน์กับคนที่ไม่รู้จักในยุคทศวรรษ 90 เพียงเพราะเดี๋ยวนี้พวกเราจำเป็นต้องอยู่กับบ้านและรู้สึกเหงาหรือไม่
Clubhouse ในไทย
แอปพลิเคชันนี้กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนไทยมากขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกัน ในรอบสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามีผู้ใช้โซเชียลมีเดียและ “อินฟลูเอนเซอร์” ในโลกออนไลน์หลายคนโพสต์เนื้อความบรรยายประสบการณ์การร่วมหรือเป็นเจ้าภาพ (โฮสต์) การพูดคุยกันในประเด็นต่างๆในคลับเฮาส์ อาทิเช่น สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ เปิดห้องสนทนาหัวข้อ “วิธีเปลี่ยนความคิดกองเชียร์ทหาร” และ ปวิน สว่างเหล่ากอพันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัยทางการเมือง เปิดห้องสนทนาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์และพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 10
นักการเมือง นักวิชาการ นักวิพากษ์วิจารณ์และสื่อมวลชนที่โด่งดังมากไม่น้อยเลยทีเดียวขึ้นเรื่อยต่างก็ดาวน์โหลดคลับเฮาส์มาใช้และร่วมการพูดคุยกัน
เมื่อเร็วๆนี้ยังมีผู้ตั้งบัญชีทวิตเตอร์ @ClubhouseTh ซึ่งไม่ได้เป็นบัญชีทางการของแอปพลิเคชัน เพื่อเป็นวิถีทางให้บรรดาเจ้าภาพห้องสนทนาคลับเฮาส์ ประชาสัมพันธ์ห้องสนทนาของตัวเอง ซึ่งปรากฏว่ามีการประชาสัมพันธ์ห้องสนทนาในประเด็นที่นานัปการ ตั้งแต่เรื่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษ การบ้านการเมืองในภรรยานมา แชร์ประสบการณ์ชั่วร้ายสำหรับการดำเนินงาน ไปจนถึงเรื่องดูชะตาและไสยศาสตร์
ทวิตเตอร์ @ClubhouseTh ยังให้ข้อมูลด้วยว่าห้องสนทนาของ ดร.ปวิน เกี่ยวกับพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 10 ตอนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ “สร้างการปรากฏใหม่กับการนำห้องคลับเฮาส์เต็มถึง 2 ห้องๆละ 6 พันคน ยอดฟังกว่า 1.2 หมื่นคน”